ไม่มีอะไรหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ธรรมชาติทุกสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ หรือนอกโลกก็ตาม
ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่ภายในร่างกายของเราเอง
ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าเรามีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอยู่ทุกวัน
แต่ทำไมพอพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรม หรือการทำงาน
คนเรามักจะไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ หรือบางทีก็เปลี่ยนยากมาก ทั้งๆ
ที่การเปลี่ยนแปลงก็อยู่รอบข้างกายเรา
ธรรมชาติทุกสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ หรือนอกโลกก็ตาม
ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่ภายในร่างกายของเราเอง
ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าเรามีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอยู่ทุกวัน
แต่ทำไมพอพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรม หรือการทำงาน
คนเรามักจะไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ หรือบางทีก็เปลี่ยนยากมาก ทั้งๆ
ที่การเปลี่ยนแปลงก็อยู่รอบข้างกายเรา
ผมอ่านเจอสมการของการเปลี่ยนแปลงจากที่ไหนจำที่มาไม่ได้ สมการนี้เขียนไว้ว่า
Change = Decision + Action
แปล
เป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า
การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าต้องการจะ
เปลี่ยนแปลง และต้องตามด้วยการลงมือกระทำการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง
การเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้
เป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า
การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าต้องการจะ
เปลี่ยนแปลง และต้องตามด้วยการลงมือกระทำการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง
การเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้
พอพิจารณาจากสมการข้างต้นแล้วก็พอที่จะมองออกว่า การที่คนเราไม่ค่อยยอมเปลี่ยนแปลงก็มีสาเหตุมาจาก 2 แหล่งใหญ่ ก็คือ
- ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเปลี่ยนแปลง
คนเรารับรู้ รับฟัง สิ่งต่างๆ มากมาย ซึ่งก็แค่เพียงรู้เท่านั้น
ถ้าใครคนหนึ่งต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ได้
สิ่งแรกที่เขาจะต้องทำให้ได้ก็คือ การตัดสินใจขั้นเด็ดขาดว่า
เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ โดยใช้การตัดสินใจนี้
เป็นเครื่องมือในการกำหนดเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
สร้างภาพในใจอย่างแจ่มกระจ่างเลยว่า
เราจะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไรในอนาคต
คนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงตนเองก็เนื่องจาก
เขาแค่รับทราบว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นดี
แต่ก็ยังไม่มีแรงใจที่มีพลังมากพอที่จะตัดสินใจลงไปให้แน่วแน่ เช่น
บางคนต้องการเปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลิกสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย
หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงตนเองในด้านอื่นๆ ทุกคนรับทราบว่าเป็นสิ่งที่ดี
แต่คนๆ นั้นยังไม่ตัดสินใจแน่วแน่ ก็เลยส่งผลให้การกระทำไม่เกิดขึ้นนั่นเอง
สุดท้ายก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นเลย
- ไม่มีการลงมือทำอย่างจริงจัง
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือ
การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง การตัดสินใจที่จะเปลี่ยนและการลงมือทำนั้น
เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกันโดยไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย
เพราะถ้าแยกกันเมื่อไร การเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ครับ
ท่านผู้อ่านเองล่ะครับ
เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่ความสำเร็จบ้างหรือเปล่าครับ
ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเงิน ครอบครัว
หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ไม่ว่าจะต้องการเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรก็แล้วแต่
สิ่งแรกที่จะต้องเกิดขึ้นในใจของเราก็คือ
การตัดสินใจอย่างแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ได้
จากนั้นก็เริ่มลงมือกระทำอย่างจริงจัง
เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่ความสำเร็จบ้างหรือเปล่าครับ
ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเงิน ครอบครัว
หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ไม่ว่าจะต้องการเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรก็แล้วแต่
สิ่งแรกที่จะต้องเกิดขึ้นในใจของเราก็คือ
การตัดสินใจอย่างแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ได้
จากนั้นก็เริ่มลงมือกระทำอย่างจริงจัง
ยก
ตัวอย่างเช่น เราต้องการที่จะมีร่างกายที่แข็งแรง และมีอายุยืน
โดยที่ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ
ตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ไปสู่ความสำเร็จนั้น
แล้วก็เริ่มลงมือวางแผนว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในการทำให้ร่างกายแข็งแรงได้
อาทิ การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการตรวจร่างกายอย่างเป็นประจำ
พอได้เห็นแผนงานแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การเริ่มต้นครับ
ถ้าเราตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำ
ผมเชื่อว่าเราทุกคนพร้อมที่จะเริ่มต้นทำแน่นอนครับ
การที่เราไม่เริ่มต้นสักที
ก็เพราะเรายังตัดสินใจไม่แน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตนเองครับ
พอเรามีความแน่วแน่และจริงจัง เราก็จะเริ่มมีวินัยในตนเอง
และพร้อมที่จะลงมือทำตามแผนที่เราวางเอาไว้
จนกระทั่งร่างกายเราเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น เราต้องการที่จะมีร่างกายที่แข็งแรง และมีอายุยืน
โดยที่ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ
ตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ไปสู่ความสำเร็จนั้น
แล้วก็เริ่มลงมือวางแผนว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในการทำให้ร่างกายแข็งแรงได้
อาทิ การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการตรวจร่างกายอย่างเป็นประจำ
พอได้เห็นแผนงานแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การเริ่มต้นครับ
ถ้าเราตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำ
ผมเชื่อว่าเราทุกคนพร้อมที่จะเริ่มต้นทำแน่นอนครับ
การที่เราไม่เริ่มต้นสักที
ก็เพราะเรายังตัดสินใจไม่แน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตนเองครับ
พอเรามีความแน่วแน่และจริงจัง เราก็จะเริ่มมีวินัยในตนเอง
และพร้อมที่จะลงมือทำตามแผนที่เราวางเอาไว้
จนกระทั่งร่างกายเราเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
นอกจากสองปัจจัยข้างต้นแล้ว
ในความเห็นผมน่าจะมีอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงได้ ก็คือ
ความแน่วแน่และมั่นคง (Persistent) ก็คือ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นั่นเองครับ
ดังนั้นถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
ผมขอเสนอสมการใหม่ครับก็คือ
ในความเห็นผมน่าจะมีอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงได้ ก็คือ
ความแน่วแน่และมั่นคง (Persistent) ก็คือ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นั่นเองครับ
ดังนั้นถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
ผมขอเสนอสมการใหม่ครับก็คือ
Change = Decision + Action + Persistent
ผมเชื่อว่าถ้าเราทำได้ตามสมการนี้แล้ว จะเกิดสิ่งที่ดีๆ
ขึ้นกับเราอย่างแน่นอน อันนี้รับรองครับ เพราะผมลองมาแล้วครับว่าได้ผลจริงๆ
ครับ
ขึ้นกับเราอย่างแน่นอน อันนี้รับรองครับ เพราะผมลองมาแล้วครับว่าได้ผลจริงๆ
ครับ
Free TextEditor
0 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น